SCHOTT ชูกระจกหรูจากเยอรมนีบุกเมืองไทย
Media : ผู้จัดการรายวัน Section : Property Date : 29 March 2006

บริษัท เอสอาร์ แอดวานซ์ อินดัสทรีส์ จำกัด ร่วมกับ SCHOTT Thailand นำเข้ากระจกคุณภาพสูงจากเยอรมนีสู่เมืองไทย โดยกระจก SCHOTT เป็นกระจกที่ได้รับการยอมรับจากสถาปนิกและดีไซน์เนอร์ทั่วโลก เลือกใช้ในการตกแต่งอาคารทั้งภายนอกและภายในไม่ว่าจะเป็น Shop Window, Panoramic Restaurants, Sports Stadiums, Glass Atriums, Museums, Zoos และสถานที่ชั้นนำอีกหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งสามารถลดการสะท้อนของแสงทุกชนิดและยังป้องกันแสง UV ทำให้อาคารที่เลือกใช้กระจก SCHOTT ประหยัดพลังงาน ไม่สิ้นเปลือง



SCHOTT ส่งกระจกบุกตลาดเมืองไทย เน้นเจาะกลุ่มสถาปนิก วิศวกรและดีไซเนอร์
Media :   ตลาดบ้าน Date : 9-22 เมษายน 2549


SCHOTT ผู้ผลิตกระจกจากประเทศเยอรมนีทำพันธมิตรขยายธุรกิจ จับมือ บริษัท เอสอาร์ แอดวานซ์อินดัสตรีส์ จำกัด
ส่งกระจกคุณภาพเยี่ยมลุยตลาดเมืองไทย เน้นเจาะกลุ่มสถาปนิก วิศวกร และดีไซเนอร์
นางศรินทร เมธีวัชรานนท์  ประธานกรรมการ บริษัท เอสอาร์ แอดวานซ์อินดัสตรีส์ จำกัด กล่าวว่าได้ร่วมกับ SCHOTT Thailand นำเข้ากระจกคุณภาพสูงจากเยอรมันเข้าสู่เมืองไทย โดยกระจก SCHOTT  เป็นกระจกที่ได้รับการ
ยอมรับจากสถาปนิกและดีไซเนอร์ทั่วโลกเลือกใช้ในการตกแต่งอาคารทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งสถานที่ชั้นนำ
อีกหลายแห่งทั่วโลก


“บริษัทเราเป็นบริษัทผลิตกระจกนิรภัย โดย SCHOTT ต้องการที่จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และต้องการพันธมิตรที่มีโรงงานผลิตกระจกเป็นของตนเองซึ่งบริษัทเรามีตรงจุดนี้โดยโรงงานของเราตั้งอยู่ที่
นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ด้วยเหตุนี้ SCHOTT จึงได้ติดต่อเข้ามาที่บริษัทโดยได้ตกลงกันทำตลาดและเป็นพันธมิตร
ทางธุรกิจร่วมกัน” นางศรินทร กล่าว


สำหรับจุดเด่นกระจกของ SCHOTT คือมีความสวยงาม แข็งแรงเพิ่มสุนทรียภาพในการมองที่ชัดเจนกว่ากระจก
ทั่วไปกว่า 99% ช่วยลดการสะท้อนของแสงทุกชนิดและยังป้องกันแสง UV ทำให้อาคารที่เลือกใช้กระจกของ SCHOTT
ประหยัดพลังงาน ไม่สิ้นเปลือง ซึ่งสามารถออกแบบได้ทุกแบบตามความต้องการของสถาปนิกและมัณฑนากร รวมถึง
มีสีสันให้เลือกกว่า 26 เฉดสี  โดย SCHOTT ได้ทุ่มเทกับการคิดค้นวิจัยพัฒนาคุณภาพของกระจกมาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกงานออกแบบให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
นางศรินทร กล่าวต่อไปว่า ประเภทของกระจก SCHOTT มีมากมาย เช่น Anti-reflective glass, Colour glass,
White flashed opal glass, Pattern glass, Restoration glass, Fire resistance glass และอีกมากมาย ซึ่งกระจกประเภท
Anti-reflective glass หรือกระจกไม่สะท้อนแสง ได้รับความนิยมมากถึง 70% โดยเฉพาะกับโครงการบ้านที่มีสวนอยู่
ด้านนอก เนื่องจากเวลากลางคืนกระจกจะไม่สะท้อนเห็นเงาทำให้สามารถมองเห็นสวนด้านนอกได้สวยงามมากขึ้น
นอกจากนี้ ลูกค้าของ SCHOTT จะเป็นลูกค้าระดับไฮเอนด์ เช่นโชว์รูมรถ ร้านเพชร และโครงการบ้านจัดสรร
ที่สถาปนิกจะเป็นผู้เข้ามาติดต่อที่บริษัท โดยราคาของสินค้าจะแตกต่างออกไปตามประเภท ปริมาณ และคุณสมบัติของ
การใช้งาน


ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจกระจกในประเทศไทยถือว่ายังมีความต้องการสูง เนื่องจากมีส่วนช่วยให้สถาปัตยกรรมมี
สวยงามและทัดเทียมกับชาติตะวันตก เช่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย แม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมือง
จะมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าจะจบลงในเร็ววัน และเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางสถานการณ์ต่างๆ จะดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น



Build a new world with glass
Media : ROOM Magazine Date : พฤษภาคม 2549

ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงการงานออกแบบของไทยก็คึกคักขึ้นอีกครั้ง เมื่อบริษัท เอสอาร์ แอดวานซ์อินดัสตรีส์ จำกัด ร่วมกับ SCHOTT Thailand เปิดตัว SCHOTT (ชอตต์) กระจกแบรนด์ดังที่นำเข้าจากประเทศเยอรมนีโดยมี Mr. Lte Reinder Hoolsema วิศวกรผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านกระจกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มาแนะนำนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้นักออกแบบมาแล้วทั่วโลก โดยมี 4 เทคนิคพิเศษเป็นตัวชูโรงให้เราได้รู้จักกันในวันนั้น

1. Anti-reflective glass รุ่น “AMIRAN” (อะมิราน)
เป็นกระจกตัดแสงและเงาสะท้อนนวัตกรรมใหม่ซึ่งเคลือบสารออกไซด์ชนิดพิเศษที่สามารถตัดแสงและลดการสะท้อนบนบานกระจกใสทั่วไปจากร้อยละ 8 ให้ลดเหลือเพียงร้อยละ 1 ทำให้ทัศนวิสัยของ
สถาปัตยกรรมไม่ถูกรบกวนและมองเห็นสีสันถูกต้อง แล้วที่เด็ดสุดคือ เราสามารถนำไปประยุกต์หรือแปรรูปให้ตรงตาม
ลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันได้ทุกรูปแบบ เช่น กระจกทนแรง กระจกกันกระแสไฟฟ้า กระจกเกล็ดซ้อนนิรภัย
กระจกป้องกันรังสียูวีโดยสมบูรณ์ กระจกกันความร้อน กระจกโค้ง และกระจกพิมพ์ลาย

2. White flashed opal glass รุ่น “OPALIKA” (โอปาลิกา)
เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการกระจายแสงได้ไม่ทั่วบนฝ้าเพดาน
ขนาดใหญ่ ทำให้มองเห็นเงาหลอดไฟอยู่ตลอด ด้วยการแทรกชั้นกระจกโอปาลิกาลงไประหว่างกระจกใสสองแผ่น
ที่สามารถซ่อนหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดไฟสีบนฝ้าเพดานกระจกแบบไม่มีเงาตกกระทบมาทำให้เสียดีไซน์
สำหรับการติดตั้งให้ได้ผลดี ต้องให้ระยะห่างระหว่างหลอดไฟแต่ละหลอดเท่ากับระยะห่างของหลอดไฟกับแผ่นกระจก
โอปาลิกา แสงที่ผ่านชั้นกระจกชนิดนี้จะมีลักษณะการแพร่กระจายที่เกือบไม่มีเงาปรากฏนวลตาคล้ายแสงจากธรรมชาติ
ส่องสว่างเท่ากันหมดทั้งห้อง ไม่มีเงาสะท้อน และไม่เกิดเงาตกกระทบอีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ต้านกระแสไฟฟ้าสถิต
และทนทานต่อการขีดข่วนได้ดีกว่าแผ่นอะคริลิก หรือวัสดุโปร่งใสทั่วไปด้วย

3. Colour glass รุ่น “ARTISTA” (อาร์ติสตา)

กระจกสีตัดแสงสะท้อนชนิดมีเท็กซ์เจอร์สวยบนผิวหนึ่งด้านและ “IMERA” (อิเมรา) กระจกสีตัดแสงสะท้อนชนิดผิวเรียบเนียน กระจกชนิดนี้มีเทคนิคใหม่ที่สามารถสร้างตัวเนื้อกระจกให้เป็นสีได้ไม่ใช่แค่การฉาบผิวภายนอกแบบเดิม แถมยังมีกรรมวิธี “Fused” ที่เอากระจกสีต่างๆ มาหลอมละลายติดเป็นเนื้อเดียวกันกับกระจกอีกแผ่นหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นลวดลายได้ตามจินตนาการ เหมือนกับมีภาพจิตรกรรมประดับอยู่บนโครงสร้างบ้านใครที่เคยตื่นตาตื่นใจกับบานหน้าต่างกระจกมากกว่า 20 สี บนพื้นที่ 735 ตารางเมตร รอบตัวอาคารของบริษัทปรุงยาโน วาร์ติส ในเมืองเบเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คงจะได้เห็นในบ้านเรากันในอีกไม่นานนี้     

4. LIGHTPOINTS เป็นเทคโนโลยีที่สร้างกระจกรูปโฉมใหม่เอี่ยม จนทำให้นักออกแบบอยากจะลืมวัสดุเดิมๆ เพราะมีวิศวกรเฉพาะทางมาคำนวณตำแหน่งการวางหลอด LED และเดินเส้นฉนวนตัวนำไฟฟ้าผ่านตัวหลอด แล้วประกบด้วยกระจกสองแผ่นโดยที่เราสามารถดีไซน์ตำแหน่งวางหลอดสีหลอดไฟ และเลือกใช้ประเภทกระจกได้อย่างหลากหลาย แถมแค่ถอดปลั๊กไฟที่เชื่อมต่อออกจากระบบ ก็ควบคุมการเปิด-ปิดของไฟได้แล้ว จึงมีสิทธิภาพในการนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่นงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน หน้าร้าน หรือเวทีจัดแสดงสินค้า ถือเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาทางเทคโนโลยีของงานกระจกที่ทำให้นักออกแบบไทยมีไอเดียสนุกๆ มาสร้างสรรค์รูปแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในให้ก้าวไปไกลอีกหนึ่งชั้น เพื่อให้บ้านเราเป็นเหมือนอย่างหัวข้อของการสัมมนาในวันนั้นที่ว่า “Build a New World with Glass”        


        

© copyright by SR ADVANCED INDUSTRIES CO., LTD.